บันทึกการเดินทาง > เที่ยวดอยอ่างขาง

ดอยออ่างขาง

จากภูชี้ฟ้า เรามาเที่ยวกันต่อที่ ดอยอ่างขาง

เราเดินทางจากภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย มาถึงดอยอ่างขางในตอนมืด ส่วนการขึ้นไปบนยอดดอยนั้น สามารถขับรถขึ้นได้ถึงที่เลยครับ
แต่แนะนำว่า รถต้องสภาพดีนิดนึง โดยเฉพาะการขับไปทาง อ.ไชยปราการ รถต้องพร้อมมากพอสมควร
 
 
สำหรับเรา มาแบบไม่ได้ศึกษาเส้นทางมาก่อน เลยไม่ได้พกความกลัวอะไรมาเลย พอมาถึงทางขึ้น
รู้แค่ว่าต้องไปให้ถึงก็พอ มีจังหวะเสียวๆ อยู่บ้าง แต่ก็มาถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพครับ
 
 
พอมาเมื่อถึง ม่อนสน ปรากฏว่ามีเต๊นท์กางอยู่เต็มพื้นที่ แทบไม่เหลือที่ว่างๆ ให้เรา
และเปิดไฟกันสว่างโร่ เดินเข้าไปถามหาเต๊นท์เช่า ก็พอมีอยู่บ้าง ราคาหลังละ 300 บาท
แต่ดูจากสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้ว ไม่ค่อย ok เท่าไหร่
เลยลองเสริชกูลเกิลหาที่พักใกล้ๆ แถวนี้ดู  ก็ไปเจอรีสอร์ทแห่งนึง อยู่ไม่ไกล จึงโทรไปสอบถาม และบังเอิญว่ายังว่างพอดี
 
บ้านหลวงรีสอร์ท ดอยอ่างขาง
บ้านหลวงรีสอร์ท
อยู่เลยจากจุดชมวิวม่อนสนมาประมาณ 5 กิโลเมตร
 
บ้านหลวงรีสอร์ท ดอยอ่างขาง
ที่ตั้งของรีสอร์ท มีลักษณะเป็นแอ่ง ห้อมล้อมด้วยภูเขา
 
นี่คือที่นอนของเราเมื่อคืนครับ ราคาต่อคืน 600 บาท
เต็นท์ขนาด 2-3 คนนอน พร้อมเครื่องนอน หมอนผ้าห่ม
ทางรีสอร์ทมีห้องอาบน้ำ และน้ำอุ่นไว้บริการด้วยครับ 
 
ที่บ้านหลวงรีสอร์ท มีทั้งบ้านเป็นหลัง เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ รวมถึงห้องอาหาร
ไว้คอยบริการลูกค้าอีกด้วย
 
ภายในรีสอร์ทตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ เสริมทัศนียภาพให้สวยงามน่าอยู่
 
ก่อนเช็คเอาท์ เราทานอาหารเช้ากันที่รีสอร์ทเลย เอาให้อิ่มๆ ไว้ก่อนออกไปเดินเที่ยวบนดอย
 
เก็บข้าวของขึ้นรถ ออกไปเดินเที่ยวจุดชมวิวม่อนสนกันครับ
 
ระหว่างทางไปม่อนสน  ขับรถผ่านต้นนางพญาเสือโคร่ง
อดไม่ได้ที่จะจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูป
 
จากที่ดูมาหลายๆ รีวิว ถนนเส้นนี้ จะเป็นอุโมงค์ต้นนางพญาเสือโคร่ง แต่ช่วงนี้ดอกยังบางตา
เนื่องจากยังไม่ถึงฤดูกาลที่ดอกบาน ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์
 
 
ม่อนสน ดอยอ่างขาง
ถึงแล้วครับ จุดชมวิวม่อนสน เมื่อคืนขับรถผ่านถนนเส้นนี้รู้สึกแออัดมาก พอช่วงสายๆ มานี่โล่งผิดหูผิดตา
 
จุดนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ หลักๆ ก็มีระเบียงสำหรับชมวิว
ลานกางเต็นท์ ร้านค้าสวัสดิการ ห้องน้ำ ร้านกาแฟ
 
ม่อนสน ดอยอ่างขาง
ร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก
 
ม่อนสน ดอยอ่างขาง
มองไปด้านล่าง จะพบกับเต็นท์ที่ถูกกางไว้จนเต็มพื้นที่
 
ลานกางเต็นท์ม่อนสน ดอยอ่างขาง
พื้นที่กางเต็นท์ถูกปกคลุมด้วยร่มเงาของต้นสน
ลานกางเต็นท์ม่อนสน ดอยอ่างขาง
บริเวณเนินเขา ถูกปรับหน้าดินเพื่อเพิ่มพื้นที่กางเต็นท์
รองรับนักเดินทาง นักล่าสายหมอกที่จะหลั่งไหลเข้ามาในฤดูหนาว
 
ลานกางเต็นท์ม่อนสน ดอยอ่างขาง
จุดบริการให้เช่าเต็นท์ และเครื่องนอน
 
ลานกางเต็นท์ม่อนสน ดอยอ่างขาง
ใครได้มานอนที่ม่อนสน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้ชมทะเลหมอกทันทีิ แต่ถ้าช่วงเทศกาลวันหยุดยาว คงต้องจองกันตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ
 
พื้นที่กางเต็นท์ด้านล่าง  ปกคลุมให้ร่มเงาด้วยต้นสน
ระเบียงชมหมอก จุดชมทัศนียภาพของม่อนสน
บอกเลยว่าจุดนี้เหมาะกับการมาชมวิวตอนเช้าๆ มากกว่า
เพราะถ้าสายแล้ว จะร้อนมากๆ ครับ
 
ดอยอ่างขาง
มองลงไป เห็นถนนทางขึ้นลงเขา เส้น อ.ไชยปราการ
เมื่อคืนที่ขับขึ้นมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยครับ
 
 
ม่อนสน ดอยอ่างขาง
นั่งเล่นที่ร้านกาแฟได้พักใหญ่ๆ แสงแดดเริ่มส่องจ้าลงมากลางหัว ได้เวลาโยกย้ายกันแล้ว
 
 
พื้นที่กางเต็นท์ด้านล่าง  ปกคลุมให้ร่มเงาด้วยต้นสน
ออกจากม่อนสน ขับรถย้อนกลับไปทาง 
สถานีเกษตรดอยอ่างขาง ครับ แวะข้างทาง ซื้อเสบียงติดตัวไปนิดหน่อย
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ขับรถเข้ามาภายใน ชำระค่าธรรมเนียม คนละ 50 บาท
และค่าธรรมเนียมรถยนต์คัน 30 บาท ครับ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ก่อนเดินชมสวนเกษตร เราก็ต้องมาดูแผนที่ของแต่ละจุดก่อน จะได้วางแผนการเดินไปยังจุดที่สนใจได้ถูก
เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
จุดแรกที่เราจะไปชมคือ ร้านกาแฟ ไม่ได้จะไปชมอะไรนะครับ แค่อยากกินกาแฟเฉยๆ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
นั่งพัก หลบแดด เติมพลังกันสักหน่อย แดดร่มลมตกแล้วค่อยเดินต่อ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์พืชทนแล้ง
เข้าไปดูกันครับว่าข้างในจะมีอะไร
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
มันก็คือเหล่าพืชพันธุ์กระบองเพชรนี่เอง
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
เดินเข้าไปก็จะมีลานกว้างๆ จัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
มาถึงแปลงเพาะพันธุ์กุหลาบ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
กุหลาบแดง ดูเด่นจริงๆ เชียว
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
เดินข้ามถนนมาอีกฝั่ง มาชมทุ่งดอกทานตะวันหลากสีกันครับ
 
ทำไมต้นทานตะวันแถวนี้ไม่หันหน้ารับแสงตะวันนะ
มันคงอิ่มแสงแล้วมั๊ง หรือเราเรียนมาน้อย ??
 
 
ขับรถวนๆ รอบสถานีฯ กะว่า 50บาทที่จ่ายไปต้องคุ้มค่า
มาเจอสวน 80ปี ดูน่าสนใจดี เลยลงรถแวะถ่ายรูปไว้หน่อย
 
ตรงข้ามสวน 80ปี มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน
หิวก็หิวนะ แต่ดูปริมาณคนแล้ว ถอยดีกว่า
 
ด้านหน้ามีร้านแบกับดินจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ใครแวะผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ก็ช่วยอุดหนุนชาวบ้านกันด้วยนะครับ
 
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
เอาจริงๆ มาเดินเล่นกลางแจ้งในช่วงเวลาแบบนี้ อาจเสี่ยงที่จะเป็นลม หรือฮีทสโตคได้
แนะนำว่าหาเวลามาในช่วงบ่ายแก่ๆ จะดีกว่านะครับ
 
สวนกุหลาบอังกฤษ
 
 
ไม่น่าเชื่อว่าพืชพันธุ์เมืองหนาว จะมาอาศัยอยู่ในเขตเมืองร้อนแบบนี้ได้ ถึงจะเป็นภาคเหนือก็เถอะ
กลางวันนี่ร้อนเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
 
ขับรถวนหลงเข้ามาเจอกับไร่สตอเบอรี่ขั้นบันได
ในวันที่ยังไม่ออกผล ก็จะดูโล่งๆ หน่อย
 
มาถึงจุดแวะสุดท้ายก่อนขับรถออกจากสถานีเกษตรดอยอ่างขาง
 
เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นต้นบ๊วยตัวเป็นๆ ก็คราวนี้
มันเป็นแบบนี่เอง แต่สงสัยมาผิดฤดู ใบไม่เหลือเลย
 
ต้นบ๊วย ดอยอ่างขาง
ยืนพินิจพิเคราะห์ต้นบ๊วยอยู่นานสองนาน
ได้เวลากลับบ้านแล้วสิ
 
จบทริป 3วัน 2คืน สำหรับพวกเราแล้ว ก็ต้องโบกมือลา ดอยอ่างขาง
หันหัวรถกลับเข้าสู่เส้นทาง มุ่งหน้าเมืองกรุง

แต่สำหรับดอยอ่างขางนั้น นอกจากจุดชมวิวม่อนสน และสถานีเกษตรฯ แล้ว
ยังมีอีกหลายจุดที่เรายังไม่ได้ไปเยี่ยมชม อาทิ ไร่ชา 2000, ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล, จุดชมวิวบ้านนอแล ซุ่ยถัง บ้านขอบด้ง
และอื่นๆ อีกหลายจุด ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสัก 2คืน เพื่อเก็บบรรยากาศทั้งหมด
และช่วงเวลาที่เหมาะสม จะเป็นช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ครับ
ไว้มีโอกาสดีๆ เราจะกลับมาอีกครั้ง
 
ท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านสนุกและมีความสุข กับทุกการเดินทางนะครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
 
 
บันทึกการเดินทางอื่นๆ

ภาพความทรงจำ

ดูทั้งหมด..