บันทึกการเดินทาง > ภูชี้ดาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ส่งท้ายปี 2560 ด้วยทริปท้าลมหนาว เดินทางยาวๆ จากกรุงเทพฯ-ภูชี้ดาว-ดอยอ่างขาง
แน่นอนว่าเดือนธันวาคม นอกจากจะมีวันหยุดติดต่อกันอยู่หลายช่วงแล้ว
สำหรับคนทำงานออฟฟิศ หลายคนก็สะสมวันลาไว้เพื่อมาใช้ในช่วงนี้ ผมก็เช่นกันครับ
 
 
สำหรับแผนการเดินทางในครั้งนี้ เราเน้นกินง่ายอยู่ง่าย นอนเต๊นท์ครับ
เพราะช่วงวันหยุดยาว ที่กางเต๊นท์จะหาง่ายกว่าบ้านพัก
และสำหรับคืนแรก เราก็ได้ติดต่อจองที่กางเต๊นท์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
 
4.16 น. เช้ามืดของวันหยุด รีบตื่นมาเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เลือกรองเท้า แบกเต๊นท์โยนขึ้นท้ายรถ
พร้อมสำหรับการเดินทางไกล
 
 
ยานพาหนะเราใช้คันเดิมครับ แต่ที่เติมเพิ่มคือ
น้ำมันแก๊สโซฮอล เติมถังเลยลูกพี่
 
 
เปิดกูลเกิลเช็คจุดหมายปลายทางก่อนเลย
จากกรุงเทพฯ ถึงภูชี้ดาว อ.เวียงแก่น
รวมระยะทาง 826 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 12ชั่วโมงเศษ เส้นทางหลักคือถนนพหลโยธิน หรือสายเอเชียนั่นเอง
 
7 โมงเช้า ขับรถมาถึงจังหวัดนครสรรค์ครับ 
พลันแล่นต่อไปยังพิษณุโลก-อุตรดิตถ์
 
 
ไม่ว่าจะจังหวัดไหนๆ ก็จะขึ้นป้ายต้อนรับเราเป็นอย่างดีครับ
 
 
เมื่อชีวิตมาถึงทางแยก เราก็ต้องเลือกทางเดินของเราเองนะครับ
 
 
 
ภูชี้ดาวยอดวิว ที่พักภูชี้ดาว
1ทุ่มครึ่ง ขับรถมาถึงที่พัก จัดการเช็คอินกระต๊อบ
พร้อมกับสั่งอาหารชุดใหญ่ไข่เจียว ต้มยำรวมทะเล
มาเที่ยวเขา ดันอยากกินของทะเล
 
 
อาหารมื้อค่ำของเราวันนี้ พร้อมรับประทานเต็มที่
 
 
ทานข้าวเย็นเสร็จ กลับมากางเต๊นท์ ตระเตรียมที่นอน
นี่ครับ กระต๊อบน้อยที่เราจองไว้
 
ก่อนหน้าที่เราจะมาถึง มีฝนตกช่วงเย็น ทำให้ดินไหล่เขาสไลด์ลงมาถมทาง
แต่ยังดีที่มีรถมาเกรดถนนไปก่อนหน้าที่เราจะมาถึง
 
ค่ำคืนนี้ได้เวลาเข้านอนแล้ว พักผ่อนเอาแรง
พรุ่งนี้จะไปเที่ยวจุดไหน ค่อยว่ากันอีกที
 
 
ตื่นเช้ารับอรุณวันใหม่ รู้สึกโชคดีมากๆ ที่่ผ่านพ้นค่ำคืน
ที่มีพายุลมโหมกระหน่ำมาได้
เพราะเมื่อคืนลมแรง นอนหลับตาอยู่รู้สึกเหมือนหลังคาจะปลิวไปแล้ว

ว่าแต่เมื่อคืนกับตอนเช้านี่คนละเรื่องกันเลยครับ
 
 
เก้าโมงแล้ว หมอกยังหนาอยู่เลย
 
 
 
ท้องฟ้าไม่เปิด แถมมีหมอกหนา บนยอดภูจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ
 
 
ออกจากเต๊นท์นั่งชื่นชมกับวันหยุดของตัวเองครับ 
 
 
ออกมาเดินสัมผัสไอหมอกกับธรรมชาติยามเช้า
ทำให้ลืมท้องถนนกับรถเมล์ในเมืองกรุงไปเลย
 
 
แวะล้างหน้าล้างตาก่อนขึ้นไปภูชี้ดาวครับ
 
 
เจ้าของที่พัก ติดต่อรถรับจ้างพาขึ้นภูชี้ดาว ให้มารับถึงหน้าเต๊นท์นอน
รถคันนี้จะขึ้นไปส่งและรับเรากลับมา
ค่าใช้จ่ายคนละ 50 บาท ครับ
 
 
จากที่พัก เดินทางอีกประมาณ 1กิโลเมตร
ก็จะถึงบ้านร่มโพธิ์เงิน ซึ่งเป็นทางขึ้นสู่ภูชี้ดาวครับ
 
 
รถมาจอดรับ ผู้โดยสารอีก4ท่าน ที่บริเวณทางขึ้นภูฯ
 
 
ชี้เป้าที่พักและร้านอาหารครับ อยู่ติดทางขึ้นภูฯเลย
 
 
 
ทางขึ้นภูชี้ดาวเป็นถนนลูกรัง ทั้งชันและแคบ 
มีเทคอนกรีตแค่ตรงช่วงทางเข้าครับ
ยิ่งฝนตก ผิวถนนจะลื่นมาก 
ถ้าจะขับรถขึ้นไปเองต้องใช้รถขับเคลื่อน 4ล้อเท่านั้น
พร้อมทำประกันอุบัติเหตุวงเงินสูงๆ ไว้เลยครับ
 
 
บางช่วงรถติดหล่ม ล้อหมุนฟรี หรือสไลด์ถอยลงเนิน
ผู้โดยสารต้องรู้งานครับ และช่วยกันขย่มทันที
 
 
สุดปลายทางของรถแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของเราครับ
 
 
 
ก่อนขึ้นไปยอดภู จะมีร้านค้าชำให้บริการครับ
หิวๆ แวะได้เลย
 
 
ทางเดินวันนี้จะลื่นนิดหน่อย เพราะเมื่อคืนมีฝนโปรยปรายลงมาทั้งคืน
 
 
ทางเดินบางช่วงมีราวให้จับ ทางไม่ชัน ไม่ว่าจะเด็ก
คนแก่ หรือแม่หม้าย
สามารถขึ้นมาชมวิวที่นี่ได้สบายๆ ครับ
 
 
ขึ้นมาถึงด้านบน  สภาพอากาศยังคงหมอกหนาอยู่ ไม่มีแสงแดด
และมองไม่เห็นวิวอะไรเลย
 
 
บนยอดภูมีลักษณะเป็นสันเขาแคบยาว มีแนวรั้ว
ป้องกันคนพลัดตกเขา
 
 
ปลายต้นหญ้าที่มีหมอกจับตัวเป็นน้ำค้าง
 
 
เราได้แต่นั่งรออย่างมีความหวัง รอว่าเมื่อไหร่ฟ้าจะเปิด
 
 
รอแล้วรอเล่า น้องฟ้าเธอก็ยังไม่มา..
 
 
รออยู่พักใหญ่ ก็ไม่มีวี่แววว่าท้องฟ้าจะเปิด
มีแค่สายลมและไอหมอก
ด้วยเวลาที่จำกัด เราเลยต้องกลับลงมาครับ
 
 
ระหว่างที่รอ นักท่องเที่ยวท่านอื่น เราใช้เวลานี้รองท้อง
ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซดน้ำร้อนๆ พร้อมไข่ลวก
อร่อยถึงใจจริงๆ ครับ
 
 
พอกลับลงมาจากภูชี้ดาว ท้องฟ้าก็เปิดโล่งทันที
น่าเสียดายจริงๆ
 
 
 
พอแสงแดดเริ่มมา เราก็รีบมาเก็บข้าวของ
พับเต๊นท์ขึ้นรถ เตรียมเดินทางต่อครับ
 
 
ก่อนกลับขอเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ ที่พักของเรา 
พื้นที่โล่งกว้าง ลมโกรกเย็นสบายแบบนี้
ถ้าไม่ติดว่ารีบ มีงีบยาวแน่นอนครับ
 
 
หากใครมาเที่ยว และกำลังมองหาที่พัก
เก็บที่นี่ไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกได้ครับ
บรรยากาศดี ราคาไม่แพง แถมพี่เจ้าของใจดี
และเป็นกันเองสุดๆ ครับ
 
 

"เราอาจจะไม่ได้สมหวังกับทุกจุดหมายที่เราเดินทาง
แต่เชื่อเถอะว่า มันคุ้มค่าที่ได้ออกไปสัมผัสมัน"
 
 
ถ้ามีโอกาสดีๆ จะกลับมาอีกครั้ง
แล้วพบกัน   ภูชี้ดาว
 
 
 
บันทึกการเดินทางอื่นๆ

ภาพความทรงจำ

ดูทั้งหมด..