บันทึกการเดินทาง > ปาย-ดอยตุง-แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

ช่วงเย็นของวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ผมและเพื่อนๆ ได้มีการนัดแนะพูดคุย
ทำความเข้าใจกันในเรื่องเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว  
ซึ่งได้มีการวางแผนกันก่อนหน้านี่แล้วหลายเดือน  
เรามีเวลาเที่ยวเพียง 4 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 29-1 ม.ค. ปี56 เรียกได้ว่าเที่ยวกันข้ามปีเลยทีเดียว

 

ปาย-2556

สำหรับแผนของเรานั้น (ย้ำนะครับว่าเป็น แผน) จะเริ่มเดินทางจากจังหวัดขอนแก่น เพชรบูรณ์
ผ่าน พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงใหม่ แล้วจึงมุ่งหน้าสู่ อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นอนค้าง1คืน


จากนั้นจะเดินทางต่อไปยัง อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่สอง
พร้อมร่วมงาน Countdown เข้าสู่ปี 2556 ที่ยอดภูชี้ฟ้า
และสุดท้าย เราก็จะเดินทางกลับมาที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ม.ค. 2556
ซึ่งทั้งหมดก็เป็นแผนการเดินทางที่เราวาดเอาไว้
โดยในทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งสิ้น 7 ชีวิต ด้วยรถเก๋งเก่าๆ 2 คัน
ระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,100 กิโลเมตร

วันที่ 29 ธ.ค.2555 เวลาเที่ยงคืน รถคันแรกออกจาก อ.เมือง ขอนแก่น พร้อมผู้ร่วมเดินทาง3ชีวิต
มุ่งหน้าตามถนนสายหลัก ขอนแก่น-พิษณุโลก เลี้ยวขวาที่ อ.วังทอง
จุดรวมพลอยู่ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.อุตรดิตถ์  
ส่วนรถคันที่สองตามมาในหนึ่งชั่วโมงหลัง

ถามว่าทำไมต้อง จ.อุตรดิตถ์ ก็เพราะผม (ผู้เขียนอยู่กทม.) ขึ้นรถทัวร์มาดักรอที่นี่ครับ  
ทุกคนพร้อมหน้ากันเมื่อเวลาแปดโมงเช้าของวันที่ 30
และถือโอกาสร่วมรับประทานอาหารเช้ากันที่นั่นเลย  

หลังทานข้าวเสร็จ ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่ จ.ลำปาง ที่เป็นทางผ่าน  
ก็มีหลงๆ เข้าเมืองบ้าง กว่าจะออกมาได้ ใช้เวลาพอสมควร  

จาก ลำปาง วิ่งมาตามถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์จนถึงตัวเมืองเชียงใหม่
ผ่านตัวเมือง และแยกเลี้ยวขวาไปทาง อ.แม่ริม  ระหว่างทางได้เวาะพักทานอาหารเที่ยงกัน  
เราได้ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างวิเชียรบุรีแถวๆนั้น  ร้านอยู่ทางซ้ายช่วงกม.20 จากตัวเมืองเชียงใหม่ครับ
ลองแวะๆชิมดู รับรองไม่ผิดหวัง 

 

ขับรถผ่านตลาดชุมชน เลยจอดรถ จัดหาอาหาร เสบียงมื้อค่ำ เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว
เตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนที่เหน็บหนาว (คิดไว้อย่างนั้นจริงๆ) 
เราใช้เวลาพักใหญ่ๆ กว่าจะออกจากตลาดได้

หลังเสร็จสิ้นภาระกิจที่ตลาด เราก็เดินทางกันต่อ โดยช่วงแรกของเส้นทางสู่ อ.ปาย ถนนก็ยังอยู่ในขั้นดี
ไม่ชันไม่โค้งเท่าไหร่ แต่พอวิ่งรถไปสักพัก เริ่มจะมีการลงเกียร์ต่ำ กดคลิ๊กดาวน์เป็นช่วงๆ
รถช้าก็เยอะ รถสวนก็มาก บ่ายแก่ๆ อากาศกำลังเย็นสบาย
ขับรถช่วงเย็น นี่มันแสนมีความสุขจริงๆ

เมื่อเข้าสู่ อ.ปาย สถานที่แรกที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวคือ สะพานประวัติศาสตร์สงครามโลก  
จะเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังถ่ายรูปกันสองข้างทาง บรรยากาศของสายน้ำปายยามเย็น  
ภาพของลำธารที่ตื้นเขินสะท้อนเห็นดวงอาทิตย์ยามเย็น  มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีเสียจริงๆ
เสียดายที่เราหิวและเหนื่อยล้ามากเกินไป  จึงตั้งหน้าตั้งตามุ่งหน้าเข้าไปในตัวอำเภอ
โดยที่ไม่ได้เวาะถ่ายภาพแม้แต่ภาพเดียว

 

รร. ปายวิทยาคาร

เวลาหกโมงเย็น เราเดินทางถึงตัวอำเภอปาย และขับรถไปตามป้ายบอกทาง
ไม่นานเราก็มาถึงที่หมาย โรงเรียนปายวิทยาคาร

 



ที่นี่เขามีบริการลานจอดรถ ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลของโรงเรียน
มีน้องๆ ของทางโรงเรียนคอยจัดแจงเรื่องที่จอด ลานกางเต๊นท์
เราเลือกจอดบริเวณที่ใกล้ห้องน้ำมากที่สุด สะดวกใกล้ทางเข้า-ออก
แถมยังใกล้เสาไฟฟ้าที่มีปลั๊กไฟอีกด้วย (ทำเลแบบนี้หายาก)  

 

จุดกางเต๊นท์ เราใช้รถสองคันจอดจอดเยื้องกัน เพื่อทำเป็นพื้นที่กางเต็นท์
หวังให้รถบังทิศทางลม และสำหรับไว้นั่งรับประทานของว่างกันยามดึก
 

หลังจากที่กางเต็นท์และอาบน้ำปะแป้งเสริมหล่อเสร็จเรียบร้อย
เราก็เดินหาลัดเลาะตามตรอกซอยเพื่อไปยังตลาด  

 

เราเดินถนนคนเดินของ อ.ปาย ที่คลาคลั่งไปด้วยผู้คน นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ
โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแล้วด้วย บรรยากาศอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกครับ  

อากาศที่นี่หนาวขึ้นตามเวลาครับ ยิ่งดึกยิ่งหนาว แต่อากาศที่หนาวๆ แบบนี้แหละ
ถ้าได้ซดอะไรร้อนๆ  มันน่าจะเข้ากันดี ^^

 

ร้านข้าวซอยต้มยำ ถนนคนเดิน ปาย แม่ฮ่องสอน

เดินไปจนเจอร้านข้าวซอยต้มยำอยู่ร้านนึ่ง ลูกค้าแน่นมาก ไม่พลาดเข้าไปลิ้มรส
ร้านนี้เป็นร้านแรกที่เราแวะเลยครับ ข้าวซอยไก่  อยากบอกว่าอร่อยแซบ
รสชาดจัดจ้านมากครับ อร่อยจนต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับออกมาด้วยเลย

 

กลับมาเดินย่อยอาหารที่ถนนคนเดินปาย
คนกำลังพลุกพล่านเลย

 

ในถนนคนเดินปาย จะมีร้านแนวๆ นี้เยอะมาก
จำหน่ายของทำมือซะส่วนใหญ่ มีสไตล์และเป็นเอกลักษณ์

 

เดินไปหันซ้ายที ขวาที ลายตาไปหมด

 

พี่คนนี้เป็นจิตอาสามาจากกรมราชทัณฑ์
ร้องเพลงหารายได้ ปันไออุ่นให้ผู้ประสบภัยหนาว

 

งานวาดภาพเหมือน ไว้ใจคนนี้ได้

 

เราถ่ายภาพบรรยากาศของถนนคนเดินไปเรื่อยๆ 

 

เริ่มดึกผู้คนเริ่มบางตา อากาศก็เริ่มเย็นทะลุเครื่องนุ่งห่มแล้ว

 


กลับมาที่พักของเรา พูดคุยสารทุกข์สุขดิบระหว่างการเดินทาง
พร้อมจิ๊บเครื่องดื่มพอหอมปากหอมคอตามประสา
วัดอุณหภูมิคร่าวๆ ได้ราว 10 องศา C เราก็แยกย้ายเข้านอน (ก็นอนกองรวมๆ กันนั่นแหละครับ)
พักผ่อนเอาแรง  เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้  ฟี๊..คร๊อกก
ลาก่อนวันที่ 29

 

โรงเรียนปายวิทยาคม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

เช้าวันที่ 31 เราตื่นเช้าเพราะแสงแดดมันส่องทะลุเต็นท์เข้ามา  
จะบอกว่าที่นี่ ตอนกลางคืนมันหนาวมากก็จริง หนาวเข้ากระดูกเลย  
แต่พอกลางวันนะ มันก็ร้อนแบบทะลุตับ

 

เรารีบตื่นมาเก็บสัมภาระขึ้นรถจนหมด จากนั้นจึงแยกย้ายไปล้างหน้าแปรงฟัน  
แล้วเดินทางออกจาก รร.ฯ เพื่อไปยังบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำปาย  

 

เก็บสัมภาระโยนใส่ท้ายรถ และวางแผนเดินทางกันเล็กน้อย

 

ขับรถย้อนกลับมาทางเดิมที่ผ่านเมื่อวาน
จุดที่เป็นแลนด์มาค สะพานรถไฟสายประวัติศาสตร์

 

เราแวะทานอาหารเช้า เวลาเที่ยงที่ร้านนี้

 

ร้านนี้ตั้งอยู่คอสะพานติดริมน้ำปาย นอกจากบริการอาหารเครื่องดื่ม
ด้านล่างจะมีจุดให้กางเต๊นท์

 

วิวหลังร้านเป็นทุ่งนา มีวัวควายและกองฟาง
ฉากหลังเป็นภูเขา องค์ประกอบครบ

 

ล่งแพ ลำน้ำปาย

ที่ลำธารน้ำปาย มีบริการล่องแพ ถ้าอากาศไม่ร้อนนี่จะดีมากๆเลย

 

ระหว่างรออาหาร ขอลองกล้องก่อนละกัน

 

สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

มีใครคนกำลังคิดสั้น  ลักษณะท่าทางดูคุ้นๆ เหมือนกัน ใครกันนะ??

 

ทานข้าวเสร็จ ข้ามถนนมาอีกฝั่ง  พบบอร์ดเล่าถึงประวัติความเป็นมา

 

สะพานเส้นนี้ถูกสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้ลำเลียงขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์
ควบคุมการสร้างโดยทหารญี่ปุ่น ดำเนินการโดยเชลยศึก

 

สะพานปาย

ในอดีต สะพานนี้ได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกและพังไปแล้วนะครับ
แต่ที่เรายังเห็นอยู่ทุกวันนี้เพราะเขาได้บูรณะขึ้นมาใหม่  เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวครับ

 

ลำน้ำปาย

บรรยากาศลำน้ำปายอีกฟากของสะพาน
น้ำค่อนข้างแห้งครับ

 

       

นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับสะพานนี้มาก  บางกลุ่มก็เดินวนไปมา2-3รอบ
เพื่อหามุมเก็บภาพ  หลายจุดมีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ
ที่สำคัญ ที่นี่เขามี กัปตันแจ๊ค สปาร์โก้ อยู่ด้วยนะครับ

 

สะพานประวัติศาสตร์ ปาย

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แสงแดดที่แผดเผาจนแสบผิว
บวกกับข้างล่างมีสายน้ำสะท้อนแสงกลับขึ้นมาอีก
ทำให้ร้อนไปใหญ่  พวกเราเลยใช้โอกาสนี้ นั่งขอทาน เอ้ย!!
พักเหนื่อยกลางสะพานนั้นเลย

 

เล่นสนุกกันพอประมาณ ตามประสาเด็กกำลังโต

หลังจากที่เราได้ชื่นชมสถานที่และตราไว้ในดวงจิตของเราเรียบร้อยแล้ว  
ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางต่อ โดยใช้เส้นทางย้อนกลับมาทางเดิม 
ตั้งใจว่าจะไปค้างคืนที่โรงแรมในจังหวัดเชียงราย
 
 
 
เรามุ่งหน้ามาตามเส้นทาง ปาย-เชียงใหม่ (1095) แล้วเลี้ยวซ้าย
มุ่งตรงไปเชียงรายด้วยเส้นทาง (107) เชียงใหม่-ฝาง
ซึ่งจะผ่าน อช.เชียงดาว เฉียด อช.ดอยผ้าห่มปก  ผมเคยใช้เส้นทางสายนี้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา  
ถนนเส้นนี้จะขึ้นชื่อเรื่องการดักปล้นจี้ เพราะเมื่อก่อนจะเปลี่ยว
ไม่มีบ้านคน  สองข้างทางเป็นป่าน่ากลัวมาก  
แต่ในปัจจุบันมีผู้คนสัญจรไปมาเพิ่มมากขึ้น  บ้านคนก็ถูกปลูกสร้างตามริมถนน
แต่ปั๊มน้ำมันนี่แถบไม่มีเลย  
แนะนำว่าใครจะใช้ถนนสายนี้ไปเชียงราย ให้เติมน้ำมันจากเชียงใหม่นะครับ  
 

ถนนเป็นแบบสองเลนสวนกัน รายทางจะเป็นป่าสลับบ้านคน  
เราเดินทางออกจาก อ.ปาย บ่ายนิดๆ  แวะปั๊มน้ำมันที่อยู่บนเขาที่ อ.ฝาง
จากนั้นขับมาเรื่อยๆ จนมาถึงตัว อ.ฝาง ผ่านตลาดสด แต่ไม่ได้แวะ กลัวจะค่ำ
ขับมาจนถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก เป็นเวลาพลบค่ำพอดิบพอดี  
ที่นี่ดูเจริญผิดหูผิดตา  มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวกันเยอะ 
มีวัดท่าตอนและสะพานข้ามแม่น้ำกก ที่เป็นไฮไลท์  
เสียดายที่เรามาถึงก็มืดแล้ว
 
ที่นี่มีร้านอาหารหลากหลาย โรงแรมหลายระดับ  
ซึ่งเราก็ได้แวะทานอาหารกันที่ตรงริมน้ำกก บรรยากาศดีมาก
อาหารอร่อย ราคาก็ไม่แพง  

หลังทานอาหารค่ำ เราก็ออกเดินทางต่อ ถนนหนทางก็มืด  
บ้านคนเริ่มบางตา  ดีที่ว่าเราขับกันมาสองคัน
เลยไม่ค่อยกังวลอะไรมาก
 
ถึงทางแยกเขต อ.แม่จัน แยกไป จ.เชียงราย  ตรงนี้จะมีด่านตวรจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  
คอยตรวจตราและอำนวยความสะดวก  เห็นด่านตรวจเราก็อุ่นใจ...
 
 
ผ่านด่านตรวจมาประมาณ1กม. ก็ออกสู่ถนนหลวง  
เราแวะปั๊มน้ำมัน ล้างหน้าล้างตา ก่อนจะขับต่อไป
ตามเส้นทาง แม่จัน-แม่สาย ระยะทางประมาณ 60กม. 
 
แต่เมื่อมาถึงช่วงกม.ที่ 25  ก็เจอทางเลี้ยวแยกไปดอยตุง แค่ 10กม.นิดๆ  
เลยตัดสินใจแวะเข้าไปหาที่พักตามเชิงดอยแถวนั้น
 
ขับรถเข้ามาเรื่อยๆ มองดูข้างทางก็มีแต่ที่พัก แต่ส่วนใหญ่จะเต็มแล้วทั้งนั้น  
จนมาถึงศูนย์บริการประชาชนดอยตุง  
สอบถามเจ้าหน้าที่บอกให้ขับขึ้นไปสักหน่อย จะเจอ ที่ทำการ อบต.
ตรงนั้นจะมีพื้นที่ให้กางเต็นท์นอน  เราได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้รอช้า
แต่พอมาถึงปรากฏว่าเต็มครับ
 

แถมมีจัดงานต้อนรับปีใหม่กันแบบเล็กๆ มีดนตรีอาหารเครื่องดื่มและรถจอดเต็มไปหมด  
แทบไม่มีพื้นที่เหลือเลย  นักท่องเที่ยวก็เยอะมาก  เราเลยสอบถามเจ้าหน้าบริเวณนั้นอีกครั้ง  
ได้รับคำตอบว่า  มีอีกทีคือสถานีตำรวจ  แต่ต้องขับรถขึ้นไปอีกนิดนึ่ง
 
เรามาถึงสถานีตำรวจ หาที่จอดรถและสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวก
มีห้องน้ำของตำรวจ เป็นน้ำอุ่นด้วย
มีร้านค้าเล็กๆ พอให้ได้กินบะหมี่สำเร็จรูป
ส่วนที่กางเต็นท์  เราก็อาศัยกางตรงลานหน้าโรงพักนั้นเลย  
 
 
ที่โรงพักมีไฟฟ้าให้ชาร์ตแบต มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ห้องน้ำสะอาด
แถมมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย เยี่ยมจริงๆเลย  ที่สำคัญทุกอย่างฟรีครับ
 
หลังจากที่เราจัดแจงที่นอนเสร็จ ก็ไปอาบน้ำชำระเหงื่อไคล
แต่งตัวหล่อมานั่งตั้งวงซดต้มบะหมี่กัน  
และไม่ลืมที่จะโม้กันเรื่องการเดินทางในวันนี้ครับ  
สำหรับวันนี้ราตรีสวัสดิ์นะครับผมม
 
อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่ 31 เป็นเช้าที่สองของทริปนี้ เช้านี้เราตื่นกันที่ยอด ดอยตุง ครับ
 

แม่ฟ้าหลวง ดอยตุง

วิวและบรรยากาศที่นี่งดงามมากจริงๆ ตื่นขึ้นมารอดูสายหมอก
สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด รับรองใครได้มีโอกาสแวะมา คุ้มค่าแน่นอน

 

ทะเลหมอก ณ ดอยตุง

เราตั้งใจลุกจากที่นอน เพื่อรอต้อนรับดวงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่

 

อากาศหนาวๆ ซ้อมเป่าแคนไว้ต้อนรับแสงของวันใหม่

 

กางเต๊นท์ ดอยตุง

เมื่อแสงแดดกำลังจะมาเยือน นทท. ต่างเริ่มทยอยเก็บข้าวของ เตรียมอพยพ ครับ

 

ขาลงจากดอยบังเอิญไปเจอกับงานแสดงพันธุ์ไม้พอดิบพอดี มาถูกช่วงจริงๆ
 



นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินกันเต็มถนน  ต่างจากเมื่อคืนที่เราผ่านมา

    

มีน้องๆ ชาวเขา แสดงศิลปะดนตรีการละเล่นพื้นบ้าน

 


เราแผงตัวอย่างกลมกลืน แทบจะแยกไม่ออกเลยใครเป็นใคร

 


ภายในงาน เราก็เดินเล่นกันอย่างสุขุมเรียบร้อย

 


บรรยากาศภายในโซนสวนพฤกษศาสตร์
จัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์ กำลังเบ่งบานสวยงาม

 

นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของพระตำหนักดอยตุง
ให้สามารถเข้าชมได้ โดยมีค่าผ่านประตูเล็กน้อย แต่เราไม่ได้เข้าไป

 

ด่านแม่สาย

ลงจากดอยตุง มุ่งหน้ามาสู่ อ.แม่สาย
ระหว่างรอทำเรื่องข้ามแดนชั่วคราว

 

เดินเท้าข้ามแดนไปฝั่งพม่า

 

ตลาดท่าขี้เหล็ก พม่า

มาถึงแล้ว ตลาดท่าขี้เหล็ก

 

บรรยากาศภายในตลาด

 

หน้าที่ของพวกเราคือการ QC สินค้า

 

ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเสร็จ ก็นำติดตัวกลับมานิดหน่อย

 

ถ่ายรูปไว้อ้างเพื่อน ให้เขารู้ไปเลยว่าไปเที่ยวต่างประเทศกันมา

 


ด่านท่าขี้เหล็ก

ได้เวลาเดินทางกลับ
ไว้มีโอกาสจะกลับมาเที่ยวใหม่น๊าา

...

กลับจากตลาดท่าขี้เหล็ก เราย้อนทางเดิม
เพื่อจะไปยัง ภูชี้ฟ้า แต่แล้ว...

 

เราก็มาพบกลับความมืดที่ อ.เมือง จ.เชียงราย  เลยตัดสินใจอยู่เค้าดาวน์
ที่นี่ เพราะขับรถกันไม่ไหวแล้ว ขับวนไปในตัวเมือง หาร้านอาหาร
โรงแรม  และที่เที่ยว สุดท้ายไปเจอร้านข้างทาง
น่าจะเวิคสุด  เลยแวะให้อาหารตัวเองก่อน


หลังทานมื้อค่ำ  เราก็ขับรถ วนออกมารอบนอก เจอโรงแรมนึ่ง ราคาน่าคบหา  
เลยตัดสินใจเช็คอินเข้าพักเลย อาบน้ำอาบท่า
แล้วก็ออกไปเค้าดาวน์กัน

สอบถามผู้คนแถวนั้น  เขาก็บอกว่ามีงานจัดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
เราก็ไม่รีรอที่จะไป เพราะใกล้เวลาแล้ว

เมื่อไปถึงบริเวณงาน ก็มีคอนเสริตเล็กๆ  ผู้คนก็ไม่มากไม่น้อย กำลังพอดี  
กำลังรอนับถอยหลังกัน เราไปจัดเครื่องดื่มมาจิบคร่าเวลา  
สักพัก ก็ได้ยินเสียง เก้า แปด เจ็ด 6 5 4 3 2 1 ..

 

central plaza เชียงราย

พลุหลายลูก พุ่งทะยานไปบนฟ้า แล้วก็แตกอยู่กลางหัวเราครับ  สวยงามมาก
หลังจากพลุลูกสุดท้ายสงบลง  เราก็นั่งดื่มกันต่อ ฟังเพลงคลอเก็บบรรยากาศ


เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกลับ  เราก็เริ่มเหงา และกลับเข้าไปในตัวเมือง  
หาร้านนั่งดื่มชิลๆ ตามประสา

เราได้ร้านเล็กๆ ข้างผับใหญ่  มีพูล์โต๊ะเล็ก ให้ดวลกัน
พอเริ่มดึก ก็เข้าไปฟังเพลงต่อในผับข้างๆ
จากนั้น  ภาพก็ตัดไป__

...

รุ่งเช้า เราทานอาหารเช้ากันที่โรงแรม จากนั้นก็ออกเดินทางกลับ
ระหว่างทาง ได้แวะวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง

 



วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

เดินเข้ามาภายในบริเวณวัด ผู้คนเยอะมาก
ทั้งชาวไทยและต่างชาติ


คนต่อแถวเข้าไปกราบพระประธานในวิหารลอยน้ำ


แวะเข้ามาถ่ายภาพ และนั่งเล่นชมวิวรอบๆ วัดได้สักพัก
ก็ได้เวลาออกเดินทาง กลับบ้านกัน

 

กว๊านพะเยา

สถานที่สุดท้ายของทริปนี้ คือ ...กว๊านพะเยา ครับ
 


แม้ทุกทริปการเดินทางจะสิ้นสุดลง แต่มิตรภาพยังคงอยู่ในใจเราเสมอ
แล้วพบกันใหม่

 

บันทึกการเดินทางอื่นๆ

ภาพความทรงจำ

ดูทั้งหมด..